สำรวจตัวตนแท้จริง ผ่านการเชื่อมต่อกับจิตสูงกว่า (Higher Self) | นัดหมายการสะกดจิต QHHT

นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น อาจเพราะใจยังเหนื่อยล้า ย่าเหมี่ยวชวนฝึกปล่อยวางอดีต

นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น อาจเป็นเพราะใจยังเหนื่อยล้า ย่าเหมี่ยวชวนฝึกปล่อยวางอดีต ผ่านการหายใจและผ่อนคลายจิตใจก่อนนอน เพื่อเริ่มดูแลใจตัวเอง

เคยเป็นกันไหมคะ ตื่นมาเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกเหนื่อย นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น พักผ่อนมาทั้งวันแล้ว แต่พอถึงเวลาเริ่มต้นวันใหม่ กลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีแรงจะทำอะไรเลย

บางคนบอกย่าว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ก็ไม่ได้ทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พยายามพัก พยายามนอนให้มากขึ้น แต่ทำไมข้างในมันยังรู้สึกล้า เหมือนแบตเตอรี่ที่ชาร์จเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสักที

ย่าอยากชวนคุณลองกลับมาสังเกตตัวเองสักนิดนะคะ

บางครั้งความเหนื่อยที่เรารู้สึก อาจไม่ได้มาจากร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความเหนื่อยทางใจที่เราแบกเอาไว้โดยไม่รู้ตัวด้วย

โดยเฉพาะเรื่องราวบางอย่างในอดีต ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่เราก็ยังเก็บมันกลับมาคิดอยู่บ่อยๆ

วันนี้ย่าเลยอยากชวนคุณมาฝึกปล่อยวางอดีตด้วยกันค่ะ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องบังคับให้ตัวเองลืมทุกอย่างทันที แค่ค่อยๆ กลับมาดูแลหัวใจของเราไปด้วยกันนะคะ

 

นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น บางครั้งใจของเราอาจกำลังเหนื่อย

เวลาที่เรารู้สึกเหนื่อย สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงก็คือการพักผ่อนใช่ไหมคะ

เราอาจคิดว่าวันนี้นอนให้เร็วขึ้นหน่อย พรุ่งนี้คงดีขึ้น หรือถ้ามีวันหยุดยาวสักสองสามวัน ได้อยู่บ้านเฉยๆ ก็คงกลับมามีแรงเหมือนเดิม

ซึ่งการพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญมากนะคะ ร่างกายของเราต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอยู่แล้ว

แต่ย่าอยากชวนให้คุณมองอีกด้านหนึ่งด้วยค่ะ

ระหว่างที่ร่างกายกำลังพัก ใจของคุณได้พักไปด้วยหรือเปล่า

เคยไหมคะ ตอนกลางคืนนอนอยู่บนเตียงแล้ว แต่ความคิดกลับวิ่งไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็นึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดไปเมื่อหลายเดือนก่อน เดี๋ยวก็นึกถึงคำพูดของใครบางคนที่เคยทำให้เสียใจ

ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้แล้ว แต่พอเรานึกถึงมัน ความรู้สึกเดิมๆ ก็กลับมาอีก

บางครั้งเราอาจไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เราใช้เวลาและพลังใจไปกับการคิดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้วมากแค่ไหน

ถ้าคุณกำลังเป็นแบบนี้ ย่าอยากให้ลองสังเกตตัวเองอย่างอ่อนโยนนะคะ เพราะนอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว การดูแลความรู้สึกข้างในก็มีความสำคัญไม่แพ้กันค่ะ

 

ตื่นมาแล้วเพลีย นอนไม่พอ สาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากร่างกายแต่อาจเป็นจิตใจ
เมื่อใจยังแบกอดีตไว้ ความเหนื่อยล้าก็อาจสะสมโดยไม่รู้ตัว

ย่าอยากให้คุณลองนึกภาพว่า เรากำลังถือกระเป๋าใบหนึ่งอยู่ค่ะ

ในกระเป๋าใบนั้นมีทั้งความเสียใจ ความผิดหวัง ความโกรธ ความรู้สึกผิด และเรื่องราวบางอย่างที่เราอยากกลับไปแก้ไข

ตอนแรกมันอาจไม่ได้หนักมากนะคะ

แต่พอเราเก็บเรื่องนั้นเอาไว้ เก็บเรื่องนี้เพิ่มเข้ามา แล้วไม่เคยหยิบอะไรออกเลย วันหนึ่งกระเป๋าใบนั้นก็อาจหนักจนเราแทบไม่อยากเดินต่อ

หัวใจของเราก็คล้ายกันค่ะ

บางคนยังโทษตัวเองกับการตัดสินใจผิดในอดีต บางคนยังรู้สึกเจ็บกับความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว หรือบางคนยังจำคำพูดของคนอื่นที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่มีคุณค่า

คุณอาจถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ทำไมตอนนั้นไม่ทำแบบนั้น ทำไมถึงยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หรือถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ชีวิตวันนี้จะต่างจากเดิมแค่ไหน

ย่าเข้าใจนะคะว่า บางเรื่องมันไม่ได้ปล่อยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เรารู้สึกเสียใจมากจริงๆ

แต่ย่าอยากชวนให้คุณค่อยๆ มองว่า เรื่องนั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน หรือเป็นความทรงจำที่เรานำกลับมาคิดซ้ำอีกครั้ง

เพราะบางครั้ง เราอาจกำลังใช้พลังใจในวันนี้ ไปกับการพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเมื่อวาน

ทั้งที่จริงๆ เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้อีก

 

การปล่อยวางอดีต ไม่ได้หมายความว่าต้องลืมทุกอย่าง

พอพูดถึงการปล่อยวาง หลายคนอาจรู้สึกว่า แล้วเราจะต้องลืมเรื่องทั้งหมดเลยหรือเปล่า

ถ้าเป็นเรื่องที่มีความหมายกับเรามากๆ จะให้ทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างไร

ย่าอยากบอกว่า ไม่จำเป็นเลยค่ะ

การปล่อยวางอดีตไม่ได้หมายความว่าเราต้องลบความทรงจำออกจากชีวิต หรือแกล้งทำเป็นว่าเรื่องที่เคยทำให้เราเจ็บปวดนั้นไม่มีความสำคัญ

แต่เป็นการค่อยๆ ยอมรับว่า สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นไปแล้วจริงๆ

เราอาจยังจำได้ว่าใครเคยทำให้เสียใจ เราอาจยังเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำผิดพลาด แต่เราไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองด้วยเรื่องเดิมซ้ำๆ ตลอดไป

ย่าอยากให้คุณแยกสองอย่างนี้ออกจากกันนะคะ

การจดจำบทเรียนในอดีต กับการใช้ชีวิตติดอยู่ในความเจ็บปวดของอดีต เป็นคนละเรื่องกันค่ะ

เรื่องที่ผ่านมาอาจสอนอะไรบางอย่างให้เรา ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น หรือทำให้เรารู้ว่าในอนาคตไม่อยากกลับไปเจอสิ่งเดิมอีก

แต่เมื่อเราได้รับบทเรียนแล้ว เราก็สามารถค่อยๆ วางความหนักของเรื่องนั้นลงได้

ไม่ต้องวางทั้งหมดในวันเดียวก็ได้นะคะ

วันนี้วางได้เพียงนิดเดียว ก็ถือว่าเราเริ่มต้นแล้วค่ะ

 

ฝึกปล่อยวางอดีตกับย่าเหมี่ยว ด้วยการหายใจและกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ทีนี้ย่าอยากชวนคุณมาลองฝึกด้วยกันสักนิดนะคะ

ถ้าตอนนี้คุณอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ไม่ได้ขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ ลองนั่งในท่าที่สบายๆ หรือจะเอนหลังพักก็ได้ค่ะ

ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเก่ง ไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ

แค่ให้เวลากับตัวเองสักครู่ก็พอ

ขั้นแรก กลับมารับรู้ลมหายใจของตัวเอง

ลองค่อยๆ หลับตาลงเบาๆ นะคะ ถ้าไม่สะดวกหลับตา จะลืมตาไว้ก็ได้

หายใจเข้าอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก

ไม่ต้องฝืนหายใจให้ลึกหรือยาวจนรู้สึกอึดอัดค่ะ

เพียงรับรู้ว่าตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่ตรงนี้ กำลังหายใจ และกำลังให้เวลาตัวเองได้พัก

ขั้นต่อมา ลองนึกถึงเรื่องที่คุณอยากวางลง

ไม่จำเป็นต้องเลือกเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดนะคะ

อาจเป็นเพียงความกังวลเล็กๆ เรื่องหนึ่งที่คุณคิดวนอยู่บ่อยๆ หรือความผิดพลาดที่ยังเก็บมาตำหนิตัวเอง

ลองรับรู้ว่ามีความรู้สึกนั้นอยู่ โดยไม่ต้องรีบผลักไสมันออกไป

แล้วค่อยๆ บอกกับตัวเองว่า

“สิ่งที่จบไปแล้ว มันจบไปเถอะนะ ให้มันจบไป”

ถ้าวันนี้คุณยังรู้สึกว่าวางไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ

เพียงแค่รับรู้ว่าเรากำลังเหนื่อยกับเรื่องนี้อยู่ แล้วค่อยๆ กลับมาหาลมหายใจของตัวเองอีกครั้ง

ขั้นสุดท้าย ให้ตัวเองกลับมาอยู่กับวันนี้

ลองสังเกตว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งอยู่ตรงไหน เท้าสัมผัสกับพื้นหรือเปล่า รอบตัวมีเสียงอะไรบ้าง

แล้วบอกตัวเองเบาๆ ว่า

เรื่องที่ผ่านมาแล้ว เราจะค่อยๆ เรียนรู้จากมัน

ส่วนตอนนี้ เราขอกลับมาอยู่กับตัวเองก่อนนะ

เห็นไหมคะ เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรยิ่งใหญ่เลย

บางครั้งการให้เวลาตัวเองได้หยุด ได้หายใจ และได้มองความรู้สึกข้างใน ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลใจแล้วค่ะ

 

ก่อนนอนคืนนี้ ลองอนุญาตให้ตัวเองวางทุกอย่างลง

ย่าอยากชวนให้คุณลองทำสิ่งนี้อีกครั้งก่อนเข้านอนคืนนี้นะคะ

เวลาที่คุณอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว กำลังจะขึ้นเตียง ลองให้เวลาตัวเองเงียบๆ สักสองสามนาที

วางโทรศัพท์ลงก่อนก็ได้ค่ะ

วันนี้คุณอาจมีเรื่องให้รับผิดชอบมากมาย อาจมีบางอย่างที่ยังทำไม่สำเร็จ หรือมีบางเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

ย่าอยากให้คุณลองบอกตัวเองว่า

วันนี้เราทำมาเต็มที่เท่าที่เราทำได้แล้วนะ

เรื่องไหนที่ยังจัดการไม่ได้ ก็ขอพักไว้ก่อน

เรื่องไหนที่จบไปแล้ว ก็ขออนุญาตให้ตัวเองไม่ต้องกลับไปคิดซ้ำในคืนนี้

แล้วค่อยๆ หายใจ ผ่อนคลายร่างกาย และให้ตัวเองได้พักผ่อน

ไม่ต้องคาดหวังว่าพอทำครั้งเดียวแล้วทุกความรู้สึกจะหายไปทันทีนะคะ

บางวันคุณอาจรู้สึกเบาขึ้น แต่บางวันก็ยังมีเรื่องเดิมกลับมาในความคิดได้เหมือนกัน

สิ่งสำคัญคือเราไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองที่ยังปล่อยวางไม่ได้

ค่อยๆ ฝึกไปค่ะ เหมือนที่เรากำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในชีวิต

 

เติมพลังใจให้ตัวเอง ด้วยการอยู่กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ในวันนี้

ย่าอยากให้คุณลองถามตัวเองดูนะคะว่า ถ้าวันนี้เราไม่ต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เราอยากเอาเวลานั้นไปทำอะไร

บางคนอาจอยากกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเอง

บางคนอาจอยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

บางคนอาจมีความฝันเล็กๆ ที่เคยอยากทำ แต่ไม่ได้เริ่มต้นเสียที เพราะมัวแต่กังวลกับเรื่องราวในอดีต

ย่าอยากให้คุณกลับมาเห็นว่าชีวิตของเรายังมีวันนี้อยู่นะคะ

อดีตเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ทำให้เราเดินทางมาถึงตรงนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอดีตจะต้องเป็นตัวกำหนดทุกวันข้างหน้าของเรา

เราอาจเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้ แต่เรายังเลือกได้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรในวันนี้

ลองเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้จริงก็พอค่ะ

ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้ามีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจก็ค่อยๆ เรียนรู้ ถ้าต้องการกำลังใจ ก็ลองพูดคุยกับคนที่เราไว้วางใจ

และถ้าวันไหนความทรงจำเก่ากลับมาทำให้ไม่สบายใจอีก ก็ไม่ต้องคิดว่าเราล้มเหลวในการปล่อยวางนะคะ

เพราะการดูแลหัวใจไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะหายเหนื่อยได้เร็วกว่าใคร

แต่เป็นการค่อยๆ กลับมาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับตัวเองค่ะ

 

การวางอดีต คือการให้โอกาสหัวใจได้เริ่มต้นใหม่

มีสิ่งหนึ่งที่ย่าอยากฝากไว้ก่อนจบบทความนี้ค่ะ

บางทีเราอาจไม่รู้ตัวเลยว่า เรากำลังแบกเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องแบกเอาไว้นานแค่ไหนแล้ว

เหมือนคนที่ถือของหนักมาตลอดทาง จนเคยชินกับความหนักนั้น และลืมไปว่าจริงๆ เรามีสิทธิ์วางมันลงได้

ย่าไม่ได้บอกว่าทุกเรื่องจะวางได้ง่าย หรือแค่พูดคำว่าให้มันจบแล้วความเจ็บปวดทุกอย่างจะหายไปนะคะ

แต่ย่าอยากให้คุณรู้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องใช้ความเจ็บปวดในอดีตมาลงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต

ถ้าวันนี้คุณยังเสียใจอยู่ ก็ให้เวลาตัวเองได้เสียใจ

ถ้าวันนี้คุณยังไม่พร้อมให้อภัยใคร ก็ไม่ต้องฝืน

เพียงแค่ลองเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้ตัวเองได้มีความสุขกับปัจจุบันบ้าง

เพราะทุกวันที่ผ่านไป เราก็สมควรได้รับโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่เหมือนกันค่ะ

คืนนี้ก่อนนอน ย่าอยากให้คุณลองพูดกับตัวเองอีกสักครั้งว่า

“สิ่งที่จบไปแล้ว มันจบไปเถอะนะ วันนี้เราขอวางมันลงก่อน”

แล้วถ้าใครลองฝึกตามย่าแล้วรู้สึกว่า ตัวเองเริ่มวางความหนักในใจลงได้บ้าง ย่าอยากชวนให้พิมพ์คำว่า “วางแล้ว” ไว้ใต้คลิปนี้นะคะ

ไม่จำเป็นต้องวางได้ทุกเรื่องก็ได้ค่ะ แค่อยากให้เป็นสัญญาเล็กๆ กับตัวเองว่า ต่อจากนี้เราจะค่อยๆ ดูแลหัวใจของเราให้ดีขึ้น

แล้วเรามาฝึกไปด้วยกัน ฝึกที่จะวางเรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องแบกอีกต่อไป และเปิดใจรับสิ่งดีๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตของเรานะคะ

ย่าเหมี่ยวเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

 

สนใจพูดคุยหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ QHHT กับย่าเหมี่ยว 

โทรศัพท์ : 064-459-8222

Line : @qhht-thailand (มี @ ด้วยนะคะ)

CONTACT

  • Phone
    064 459 8222
  • Email
    info@qhht-thailand.com
  • Line ID
    @qhht-thailand
  • Address
    QHHT Thailand 74 ถ.งามวงศ์วาน
    (ถัดจากซอย 2 มา 50 เมตร)
    อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000