ทุกข์เพราะรัก ผิดหวังซ้ำๆ จนลืมรักตัวเอง คุณปูแชร์ประสบการณ์ QHHT กับย่าเหมี่ยว จากความค้างคาใจสู่การเห็นคุณค่าในตัวเองและเปิดรับความรักดีๆ
เคยไหมคะ เวลาที่เรามีความรัก เราก็ตั้งใจรักเขาเต็มที่ อยากให้ความสัมพันธ์ไปได้ดี อยากเจอคนที่ใช่ อยากมีความรักที่มั่นคงเหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่พอเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ สุดท้ายก็กลับมาเจอความผิดหวังคล้ายๆ เดิมอีก
ปูเองก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะ
สมัยก่อนปูไม่ได้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องความรักเลยนะคะ พอมีคู่คนหนึ่ง ความสัมพันธ์ก็ผ่านไป แล้วก็ได้มาเจอกับอีกคนหนึ่ง พอเวลาผ่านไปก็มีเรื่องให้ต้องกลับมาคิดอีกว่า ทำไมชีวิตรักของเราถึงเป็นแบบนี้
บางครั้งเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือมันเป็นกรรมของเราหรือเปล่า ทำไมถึงต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ซ้ำๆ ทั้งที่เราก็อยากมีความรักดีๆ เหมือนคนอื่นเขา
จนกระทั่งปูได้มีโอกาสมาเรียนรู้เรื่อง Manifestation และเข้าร่วมกระบวนการ QHHT กับย่าเหมี่ยว มุมมองที่ปูมีต่อตัวเองและความรักก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปค่ะ
วันนี้ปูเลยอยากมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ฟัง เผื่อใครที่กำลังทุกข์เพราะรัก หรือรู้สึกว่าตัวเองเจอแต่ความสัมพันธ์ที่ไม่สมหวัง จะได้ลองกลับมามองหัวใจของตัวเองในอีกมุมหนึ่งนะคะ
ผิดหวังในความรักซ้ำๆ จนเริ่มสงสัยว่าเป็นกรรมของตัวเองหรือเปล่า
เมื่อก่อนปูเป็นคนที่ค่อนข้างมีคำถามกับเรื่องความรักของตัวเองค่ะ
เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราไม่อยากมีคู่เลยนะคะ ตรงกันข้าม เราก็อยากมีความรักที่ดี อยากมีคนที่เข้าใจกัน อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข
แต่พอเราเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคน ผ่านไปสักระยะหนึ่งก็มีเรื่องราวเกิดขึ้น แล้วสุดท้ายความสัมพันธ์นั้นก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
พอเจออีกคนหนึ่ง เราก็เริ่มต้นใหม่ด้วยความหวังเหมือนเดิม แต่บางครั้งก็มีเรื่องให้ผิดหวังอีก
เวลาที่เราเจอเรื่องแบบนี้หลายครั้งเข้า มันก็ทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองนะคะว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้
หรือว่าเราไม่มีดวงเรื่องคู่กันแน่
หรือว่าเป็นกรรมอะไรบางอย่างที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก
ปูคิดว่าคนที่เคยเจอความรักไม่สมหวังหลายๆ ครั้งน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีค่ะ
เพราะเวลาที่เรายังหาคำตอบไม่ได้ เราก็มักพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมเรื่องเหล่านี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา
แต่พอปูได้เริ่มเรียนรู้เรื่องการพัฒนาตัวเองและแนวคิดทางจิตวิญญาณกับย่าเหมี่ยว ก็ทำให้ปูเริ่มมองเรื่องความรักต่างออกไปค่ะ
สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากปูได้รู้จักแนวทางของย่าเหมี่ยว ก็คือวิธีมองปัญหาเรื่องความรักค่ะ
แต่ก่อนเรามักตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา ทำไมเราเจอแต่คนแบบนี้ หรือทำไมความรักของเราถึงไม่สมหวัง
แต่พอเราเริ่มกลับมามองตัวเอง ก็เริ่มมีคำถามใหม่ๆ เกิดขึ้น
จริงๆ แล้วเราให้คุณค่ากับตัวเองมากแค่ไหน
เราให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองหรือเปล่า
แล้วเวลาที่มีความรัก เรากำลังพยายามทำให้คนอื่นมีความสุข จนลืมถามตัวเองหรือเปล่าว่าเราเองมีความสุขไหม
ในมุมมองที่ปูได้จากการเรียนรู้เรื่องพลังงานและจิตวิญญาณ ปูเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเราไม่ได้จำเป็นต้องถูกกำหนดด้วยความผิดหวังในอดีตเพียงอย่างเดียว
เรายังมีส่วนในการเลือกว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร จะมองตัวเองแบบไหน และจะสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบใดต่อไป
พอคิดแบบนี้แล้ว ปูรู้สึกว่าเราเริ่มกลับมามีบทบาทในการดูแลชีวิตของตัวเองมากขึ้นค่ะ
แทนที่จะมองว่าความรักที่ไม่สมหวังทั้งหมดเป็นเรื่องของโชคชะตาหรือวิบากกรรม เราก็เริ่มกลับมาสังเกตสิ่งที่ตัวเองคิด รู้สึก และเลือกทำในแต่ละความสัมพันธ์
ไม่ได้หมายความว่าปัญหาความรักทั้งหมดเป็นความผิดของเรานะคะ เพราะความสัมพันธ์มีคนสองคนเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ
แต่การกลับมาทำความเข้าใจตัวเอง ก็ทำให้เราเริ่มเห็นว่ามีอะไรบ้างที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
จริงๆ แล้วก่อนจะมาเจอย่าเหมี่ยว ปูต้องบอกเลยว่าไม่เคยรู้จักศาสตร์ QHHT มาก่อนค่ะ
ไม่รู้เลยว่ากระบวนการนี้เป็นอย่างไร หรือเกี่ยวข้องกับการสำรวจตัวเองในแบบไหน
แต่ก่อนหน้านั้นปูเคยมีโอกาสได้เรียนคลาส Manifestation กับย่าเหมี่ยวค่ะ
ต้องบอกว่าปูชอบคลาสนี้มาก ย่าเหมี่ยวสอนดีมาก แล้วก็ทำให้ปูเริ่มสนใจเรื่องการตั้งเจตนา ความคิด ความเชื่อ และเรื่องพลังงานในมุมมองของจิตวิญญาณมากขึ้น
Manifestation เป็นแนวคิดที่พูดถึงการตั้งเจตนาให้ชัดเจนว่าเราต้องการอะไรในชีวิต แล้วนำความตั้งใจนั้นมาเชื่อมกับความคิด ทัศนคติ และการลงมือทำของเรา
สำหรับปู สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ไม่ใช่แค่การนึกภาพว่าเราอยากได้อะไร แต่เป็นการกลับมาถามตัวเองด้วยว่า เราต้องการสิ่งนั้นจริงๆ เพราะอะไร
อย่างเรื่องความรัก เราอาจบอกว่าอยากมีคู่ที่ดี อยากเจอคนที่รักเรา
แต่เคยถามตัวเองไหมคะว่า แล้วความรักที่ดีสำหรับเราหน้าตาเป็นแบบไหน เราอยากรู้สึกอย่างไรเวลาอยู่กับคนรัก และเรากำลังดูแลความรู้สึกของตัวเองอย่างไรอยู่บ้าง
พอปูได้เริ่มรู้จักแนวคิดเหล่านี้ ก็ทำให้รู้สึกอยากศึกษาเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณให้ลึกขึ้นอีก
นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปูสนใจ QHHT ค่ะ
หลังจากได้เรียนคลาส Manifestation ปูก็เริ่มสงสัยว่า QHHT ที่ย่าเหมี่ยวพูดถึงนั้นคืออะไรกันแน่
มันเกี่ยวข้องกับการสำรวจจิตใจอย่างไร แล้วทำไมคนที่เข้าร่วมกระบวนการนี้ถึงเล่าถึงประสบการณ์ภายในของตัวเองกัน
QHHT ย่อมาจาก Quantum Healing Hypnosis Technique เป็นแนวทางการสะกดจิตเพื่อสำรวจประสบการณ์ภายในที่พัฒนาโดย Dolores Cannon โดยมีการใช้การผ่อนคลายและจินตภาพในสภาวะสะกดจิต
ในแนวทางของ QHHT มีแนวคิดเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก Higher Self และประสบการณ์ที่ผู้เข้าร่วมตีความว่าเชื่อมโยงกับอดีตชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความเชื่อทางจิตวิญญาณ
ตอนแรกปูก็ไม่ได้รู้รายละเอียดทั้งหมดหรอกค่ะ
แค่รู้สึกว่าเราอยากทำความเข้าใจตัวเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจ และเรื่องความรักที่เราเคยผ่านมาหลายครั้ง
ปูเลยตัดสินใจเข้าร่วม Session กับย่าเหมี่ยว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองสำรวจเรื่องเหล่านี้ดูค่ะ
สิ่งที่ปูรู้สึกประทับใจมากอย่างหนึ่งจากการเข้าร่วม Session ก็คือการได้พูดคุยกับย่าเหมี่ยวค่ะ
บางครั้งเรามีเรื่องบางอย่างอยู่ข้างในใจ ที่เราไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ง่ายๆ
บางเรื่องเราเก็บไว้คนเดียวมานานมาก บางเรื่องเราอาจคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไรแล้ว แต่พอได้เริ่มพูดคุยจริงๆ กลับพบว่ายังมีความรู้สึกบางอย่างค้างอยู่
อย่างเวลาที่เราเคยผิดหวังในความรัก เราอาจบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ผ่านไปแล้ว
แต่ลึกๆ เราอาจยังมีความกลัวอยู่ก็ได้ค่ะ
กลัวว่าจะเจอคนแบบเดิม กลัวว่าจะผิดหวังอีก หรือบางครั้งก็กลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับความรักที่ต้องการ
พอปูได้มีโอกาสพูดคุยกับย่าเหมี่ยว ได้ลองถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา มันทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เคยติดอยู่ข้างในได้ถูกเปิดออก
ปูใช้คำว่าเหมือนได้ปลดล็อกค่ะ
เพราะหลังจากได้พูดคุยและทบทวนเรื่องราวเหล่านั้น ปูรู้สึกว่าตัวเอง Flow ขึ้น เหมือนมีพลังใจกลับมามากขึ้น
อันนี้เป็นความรู้สึกจากประสบการณ์ของปูเองนะคะ แต่ละคนอาจมีประสบการณ์ต่างกันได้
สำหรับปู การได้พูดเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ และเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มุมมองต่อชีวิตค่อยๆ เปลี่ยนไปค่ะ
หลังจากช่วงพูดคุยแล้ว ก็จะมีส่วนของกระบวนการ QHHT ที่พาเราเข้าไปสำรวจประสบการณ์ภายในลึกขึ้นอีกค่ะ
ปูมองว่าสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ Healing หรือการดูแลใจตัวเองในแบบที่ปูสนใจ
เพราะบางครั้งเราอาจใช้ชีวิตอยู่กับความคิดและความรู้สึกเดิมๆ มานาน โดยไม่เคยหยุดถามตัวเองจริงๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ
โดยเฉพาะเรื่องความรัก
เมื่อก่อนปูเป็นคนที่ค่อนข้างแคร์คนอื่นมากนะคะ
เวลาเรารักใคร เราก็อยากให้เขามีความสุข อยากดูแลเขา อยากมอบสิ่งดีๆ ให้เขา
ซึ่งการรักคนอื่น การแบ่งปันความรักให้คนอื่น เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วค่ะ
แต่พอเราใช้เวลาไปกับการรักคนอื่นมากๆ บางครั้งเราก็ลืมกลับมาดูตัวเองเหมือนกัน
ลืมถามว่าตัวเราเองต้องการอะไร
ลืมถามว่าเรามีความสุขกับความสัมพันธ์นี้จริงๆ ไหม
แล้วเราก็อาจเผลอให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนอื่น มากกว่าความรู้สึกของตัวเองอยู่เรื่อยๆ
สิ่งที่ปูได้กลับมาคิดหลังจากเข้าร่วมกระบวนการกับย่าเหมี่ยว ก็คือเรื่องนี้แหละค่ะ
เรารักคนอื่นได้ แต่เราอย่าลืมรักตัวเองด้วย
มีคำถามหนึ่งที่ปูอยากชวนทุกคนลองคิดดูค่ะ
เวลาที่เราบอกว่าเราอยากมีความรักที่ดี เรากำลังมองหาคนที่จะมารักเราอย่างเดียว หรือเราได้เริ่มมอบความรักดีๆ ให้ตัวเองแล้วด้วย
เมื่อก่อนบางทีเราก็สนใจแต่เรื่องว่าอีกฝ่ายจะรักเรามากแค่ไหน เขาจะดูแลเราหรือเปล่า เขาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน
แต่เราอาจลืมไปว่า การที่เรารู้จักคุณค่าของตัวเองก็สำคัญเหมือนกันค่ะ
อย่างเช่น เรารู้ไหมว่าอะไรคือสิ่งที่เรายอมรับได้และยอมรับไม่ได้ในความสัมพันธ์
ถ้ามีใครปฏิบัติกับเราไม่ดี เรากล้าที่จะบอกเขาหรือเปล่า
หรือถ้าเรารู้สึกไม่มีความสุขกับความสัมพันธ์นั้น เรากล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองไหม
สำหรับปู การเริ่มรักตัวเองไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว หรือไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นเลยนะคะ
แต่เป็นการรู้ว่าความรู้สึกของเราก็สำคัญ และเราก็สมควรได้รับความรักที่ดีเหมือนกัน
พอเราเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น เราก็อาจเริ่มเลือกความสัมพันธ์อย่างมีสติมากขึ้นด้วย
ไม่ใช่เพราะเราจะไม่มีวันเจอคนที่ไม่เหมาะสมอีกแล้ว แต่เพราะเราเริ่มรู้จักตัวเองมากพอที่จะสังเกตว่า ความสัมพันธ์แบบไหนทำให้เรามีความสุข และแบบไหนที่เราไม่อยากกลับไปอยู่ในจุดเดิมอีกค่ะ
ในแนวคิดด้านพลังงานและ Manifestation ที่ปูได้เรียนรู้มา มีเรื่องหนึ่งที่พูดถึงกันบ่อยค่ะ นั่นคือการที่พลังงานและความรู้สึกภายในของเราเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราเปิดรับเข้ามาในชีวิต
สำหรับปู เมื่อเราเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ก็รู้สึกเหมือนเราเปิดพื้นที่ให้ความรักดีๆ เข้ามาในชีวิตมากขึ้นเหมือนกัน
แต่ปูอยากเล่าเรื่องนี้ในฐานะประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ
ไม่ได้หมายความว่าแค่เราคิดบวกหรือรักตัวเองแล้ว จะสามารถดึงดูดคนที่เหมาะสมเข้ามาได้อย่างแน่นอน เพราะความรักก็ขึ้นอยู่กับการกระทำ การตัดสินใจ และความพร้อมของคนทั้งสองฝ่ายด้วยค่ะ
สิ่งที่ปูรู้สึกได้ชัดคือ เมื่อมุมมองที่มีต่อตัวเองเปลี่ยนไป วิธีที่เรามองคนรอบข้างและความสัมพันธ์ก็เปลี่ยนไปด้วย
จากที่เคยสนใจว่าใครจะรักเรา เราก็เริ่มสนใจว่า คนที่เข้ามาในชีวิตเขาปฏิบัติกับเราอย่างไร
เขาให้เกียรติเราไหม
เราเป็นตัวเองเวลาอยู่กับเขาได้หรือเปล่า
แล้วเราสามารถแบ่งปันความรักให้กันได้โดยไม่ต้องฝืนตัวเองมากเกินไปหรือไม่
สิ่งเหล่านี้ทำให้ปูเริ่มเห็นว่าความรักที่ดี ไม่ได้มีแค่การได้รับความรักจากคนอื่น แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ที่เรามีต่อตัวเองด้วยค่ะ
ถ้าถามปูว่า หลังจากได้เข้าร่วมกระบวนการกับย่าเหมี่ยวแล้ว อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุด
ปูคงไม่ได้ตอบแค่ว่าเราได้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณมากขึ้น หรือได้รู้จัก QHHT มากขึ้นเท่านั้นค่ะ
แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับปู คือการได้กลับมาเข้าใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง
จากคนที่เคยรู้สึกว่า ทำไมความรักของเราถึงไม่สมหวัง ทำไมเราต้องเจอกับเรื่องเดิมๆ ก็เริ่มเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า แล้ววันนี้เราจะดูแลหัวใจของตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร
จากที่เคยคาดหวังว่าคนอื่นจะเข้ามาเติมเต็มความรักให้เรา ก็เริ่มรู้สึกว่าเราเองก็สามารถมอบความรักและความเมตตาให้ตัวเองได้เหมือนกัน
ปูรู้สึกว่าพอเราเปลี่ยนมุมมองแบบนี้แล้ว เราก็เริ่มเปิดรับความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้มากขึ้นค่ะ
คนที่อยู่รอบตัวเราในช่วงหลัง เป็นคนที่ปูรู้สึกว่าเขามีความรักให้ตัวเอง รู้จักแบ่งปันความรัก และมีความเอ็นดูต่อกัน
มันทำให้ปูรู้สึกดีมากๆ
เพราะจากเดิมที่เคยคิดว่าเราคงไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก สุดท้ายปูกลับได้มองเห็นว่า ความรักที่ดีไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มจากการมีคู่เสมอไป
มันอาจเริ่มจากการที่เรากลับมารู้สึกดีกับตัวเองก่อนก็ได้ค่ะ
ปูอยากฝากเรื่องนี้ไว้กับคนที่กำลังผิดหวังในความรักนะคะ
ถ้าวันนี้คุณยังทุกข์เพราะรัก ยังเสียใจกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมา หรือรู้สึกเหมือนตัวเองเจอแต่เรื่องเดิมๆ อยู่ตลอด อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าตัวเองไม่มีโชคเรื่องความรักเลยค่ะ
ลองกลับมาถามตัวเองก่อนก็ได้ว่า ที่ผ่านมาเราให้ความรักกับคนอื่นไปมากแค่ไหน แล้วเราได้แบ่งความรักนั้นกลับมาให้ตัวเองบ้างหรือเปล่า
เราดูแลความรู้สึกของตัวเองดีพอหรือยัง
เราเคยยอมให้คนอื่นทำสิ่งที่เราไม่สบายใจ เพียงเพราะกลัวเสียเขาไปหรือเปล่า
แล้วความรักที่เราต้องการจริงๆ เป็นความรักแบบไหนกันแน่
ไม่จำเป็นต้องตอบทุกอย่างได้ในวันนี้นะคะ
ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ เพราะเรื่องความรักเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และแต่ละคนก็มีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน
สำหรับปู การได้เรียนรู้ Manifestation และเข้าร่วม QHHT กับย่าเหมี่ยว เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ทำให้ปูได้หันกลับมาทบทวนตัวเองและความรักในมุมใหม่
แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกดูแลใจตัวเองผ่านการพูดคุย การทบทวนความสัมพันธ์ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือแนวทางอื่นที่เหมาะกับตัวเอง สิ่งสำคัญคือการไม่ลืมว่าคุณเองก็สมควรได้รับความรักและความเคารพเหมือนกัน
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดสำหรับปู ไม่ใช่แค่การมองหาความรักจากใครสักคน แต่เป็นการได้กลับมารักตัวเอง แล้วเปิดใจรับความรักดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตอีกครั้งค่ะ
สนใจพูดคุยหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ QHHT กับย่าเหมี่ยว
โทรศัพท์ : 064-459-8222
Line : @qhht-thailand (มี @ ด้วยนะคะ)